REVIEW Projector Acer K138STi

Design-การออกแบบ


Acer Projector K138STi ตัวเครื่องได้อัปเกรดและพัฒนาดีไซน์มากจากรุ่น K137I บวกกับการพัฒนาเลนส์ของ Projector ให้ฉายระยะใกล้ๆแต่มีขนาดของภาพใหญ่ขึ้น เพียงวางตัวเครื่อง K138STi ที่ระยะ 1.7M ก้อจะได้ขนาดของจอภาพที่ 100″ นิ้วเลยที่เดียว ตัวเครื่องออกแบบให้ทันสมัย ดีไซน์โฉบเฉี่ยว โดนใจกันเหมือนเดิม มีขนาดกระทัดรัด พกพาไปไหนมาไหนได้ง่ายเพียงหนักแค่ 1 Kg เท่านั้นเอง จุดเด่นยังมีอีกเยอะ สำหรับ K138STi ทางด้าน Acer ได้พัฒนาลำโพงสเตอริโอจากเดิม 3 วัตต์ตัวเดียวแต่ แต่ K138STi มีให้ถึงสองตัวเพื่อเพิ่มความดังมากขึ้นจากเดิม Speaker DTS 3W*2 และยังสามารถเชื่อมต่อ Wirelessไร้สาย พร้อมมีแบตเตอรี่ในตัวอีกด้วย มันเจ๋งใช่ไหมหล่ะ
มาดู Body Acer Projector K138STi ยังมีฟังชันท์ปุ่มเมนูหลักบนตัวเครื่อง เพื่อให้ง่ายต่อการใช้งาน และยังบอกสถานะการใช้งานของแบตเตอรี่ Projector ได้อีกด้วย โอ้ ว้าว.ว้าว.ว้าว

Quick Overview

– ความสว่าง(ANSI Lumens) 800
– ความละเอียด(พิกเซล)1280×800 (WXGA)
– Contrast 100,000:1
– การรับประกันตัวเครื่อง 2 ปี หลอดภาพ 1 ปีหรือ 1,000 ชม.Built-In Battery

Accessories

อุปกรณ์ที่มากับตัวสินค้ามีอะไรบ้างเรามาดูกันครับ

1. ตัวเครื่อง Acer K138STi
2. กระเป๋าใส่ตัวเครื่อง พร้อมสายสะพายไหล่
3. อแดปเตอร์ไฟ
4. สายสัญญาณ
5. สาย VGA
6. รีโมทควบคุม

Connectivity ช่องต่อสัญญาณ

ด้านหลังตัวเครื่องก็จะเป็นช่องระบายความร้อนตรงกลางเล็กๆ และก็ช่องต่อสายสัญญาณต่างๆ เพื่อรองรับการใช้งาน
1. VGA Port
2. HDMI MHL
3. USB
4. Minimicro SD Card
5. LAN
6. USB DC 5V OUT
7.Audio In และ Out สำหรับแจ็ค 3.5mm

Special Features

ฉายใกล้ได้ภาพใหญ่ 100″ @ 1.7m
Built-in Wireless Built-in
Battery 11,000mha
Speaker DTS 3W * 2
2 GB Internal Memory
HDMI® (MHL™)
USB – card reader
MS office & PDF Viewer
Acer LumiSense+ intelligent Ambient Light Sensor ซึ่งจะช่วยให้โปรเจ็กเตอร์ปรับความสว่างของภาพ และความอิ่มตัวของสีตามสภาพแสงของสถานที่นั้นๆ

ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://projectorpro.in.th

การเตรียมตัวก่อนเลือกซื้อโปรเจคเตอร์

1. กำหนดความต้องการ ควรกำหนดความต้องการที่เป็นไปได้ ไม่ใช่คุยๆไป ไอเดียเริ่มกระฉูด ต้องการฉายกลางแจ้งกลางวันแสกๆและโปรเจคเตอร์มีขนาดเล็กพอใส่ในกระเป๋ากางเกงได้ เรื่องนี้เกิดขึ้นจริงๆกับผมเมื่อกว่า 10 ปีมาแล้ว
เมื่อรู้ความต้องการ ต้องมั่นคงไม่วอกแวก พอเห็นลูกเล่นของโปรเจคเตอร์ยี่ห้อหนึ่ง หรือเห็นความสว่างมากๆของอีกยี่ห้อหนึ่ง แล้วเกิดหลงรัก คราวนี้หาเหตุผลที่ต้องซื้อโปรเจคเตอร์ตัวนั้นให้ได้ อย่างนี้เรียกว่า เสียศูนย์
มีรายหนึ่งซื้อโปรเจคเตอร์ราคากว่า 700,000 บาท เพราะเกิดหลงไหลความสว่างที่ 2700 ลูเมน ( นั่นเมื่อกว่า 10 ปีมาแล้ว ) แม้ผมจะแนะนำให้เลือกโปรเจคเตอร์ที่สว่างน้อยกว่า แล้วเอาเงินที่เหลือไปปรับปรุงห้องให้เหมาะสมกับการฉายภาพ ท่านก็ไม่รับฟัง พอครบ 1 ปีเป้งการรับประกันก็สิ้นสุด เครื่องก็เกิดเสีย ค่าซ่อมก็สูงถึงกว่า 5 แสนบาท โรงเรียนมีงบไม่พอ เลยต้องทิ้งโปรเจคเตอร์เครื่องนั้นไปเฉยๆ

2. กำหนดงบประมาณ เช่นกันกับวัตถุประสงค์ ไม่ควรวอกแวก ถ้ามีงบฯสูง ปัญหาแทบไม่มี แต่ถ้างบฯน้อยเกินไป อาจต้องไปซื้อโปรเจคเตอร์ที่ไม่ตรงตามวัตถุประสงค์ ถ้าเป็นอย่างนี้คงต้องเสียเงินไปเปล่าๆ น่าจะคืนงบฯไปจะประหยัดกว่า
ในงาน World Didac Asia 2009 ที่จัดขึ้นที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิต อาจารย์ หลายท่านบ่นว่าของแพง ส่วนคนขายก็จะตอบว่า ถ้าอยากได้ของที่ทำงานได้ตามที่ต้องการ ราคาก็จะสูงตามที่เขาได้เสนอไป ผมขอนำบทความหนึ่งที่โชว์อยู่ในร้านค้ารายหนึ่งในศูนย์การค้าพันทิพย์พลาซ่า ซึ่งเมื่อแปลเป็นภาษาไทยมีใจความว่า
“ไม่เป็นการฉลาดที่จะซื้อของที่แพงไปหรือถูกไป หากซื้อของที่แพงไป สิ่งที่เสียคือต้องเสียเงินเพิ่มอีกเล็กน้อย แต่ถ้าซื้อของที่ถูกไป แล้วของที่ได้ไม่ตรงตามวัตถุประสงค์ ท่านอาจสูญเงินทั้งหมด”

3. เลือกยี่ห้อ หลายรายชอบถามคนขายว่า ขายยี่ห้ออะไร ยิ่งเป็นกลุ่มที่ชื่นชอบยี่ห้อยอดนิยมอาจถามว่า ขาย Sony หรือ Panasonic หรือเปล่า ส่วนพวกที่มีความมั่นใจในความรู้ของตน อาจจะขอแค่แคตตาล็อกเพื่อเอาไปศึกษาเอง ผมว่าน่าจะเปิดใจให้กว้างกว่านั้น ให้โอกาสคนขายบอกข้อดีเด่นของยี่ห้อของเขาบ้าง บ่อยครั้งที่ลูกค้าพึ่งจะทราบว่าแท้จริงแล้วเขายังไม่อะไรรู้อีกมาก
บางยี่ห้อรับประกันหลอดฉาย 6 เดือน ประกันเครื่อง 1 ปี บางยี่ห้อรับประกันหลอดฉายฯ 1 ปี ส่วนตัวเครื่องรับประกัน 2 ปีก็มี 3 ปีก็มี ผมว่า 3 ปีนี่คุ้ม เพราะมีโอกาสที่เครื่องจะเสียอย่างน้อย 1 ครั้ง ในปีที่3 มียี่ห้อหนึ่งถ้าหลอดฉายเสียใน 30 ชั่วโมงแรก เขาจะไม่รับผิดชอบ ทั้งๆที่ของใหม่โอกาสที่หลอดจะเสียใน100 ชั่วโมงแรกสูง หลังจากนั้นมักไม่พบปัญหาอะไร อีกอย่างเขาก็ไม่ได้แจ้งเงื่อนไขนี้ให้ลูกค้าทราบมาก่อน
บางยี่ห้อพอใช้ไปประมาณ 500 ชั่วโมง หลอดฉายมืดไปมากจนทนไม่ไหว ผู้ขายก็ยังไม่รับผิดชอบบอกว่ายังใช้ได้อยู่ บางยี่ห้อบริการแย่ กว่าจะซ่อมเสร็จใช้เวลา 3 – 6 เดือน ( ตั้งครึ่งปี ) ที่ทะเลาะกันบ่อยๆคือ บางยี่ห้อแม้พบว่าของเสียตั้งแต่แกะกล่องก็ไม่ยอมเปลี่ยนเครื่องใหม่ให้ ต้องคอยให้ซ่อมอย่างเดียว กว่าจะได้ของมาใช้ ราคาโปรเจคเตอร์ก็ตกลงไปแล้ว 3,000 – 5,000 บาท และคนขายก็ไม่รับผิดชอบส่วนนี้

4. ให้เลือกผู้ขายด้วย เจ้าหน้าที่ฝ่ายจัดซื้อหรือผู้ที่ชอบค้นหาสินค้าทางอินเทอเน็ต ชอบที่จะเทียบราคาสินค้ากับยี่ห้อและรุ่น เดียวกัน ที่ไหนถูกที่สุดก็เอาที่นั่น โดยไม่เลือกผู้ขาย ความจริงผู้ขายมีความสำคัญมากเหมือนมีประกัน หากไม่มีปัญหาก็โชคดีไป หากมีปัญหาแล้วผู้ขายนำส่งศูนย์ซ่อมให้ ไม่ว่าจะต้องเสียค่าใช้จ่ายหรืออยู่ในประกันก็ยังถือว่าโชคดี ที่ท้ายสุดก็ยังได้ของกลับมาใช้
แต่ในกรณีที่ซ่อมกลับมาแล้วพบว่ายังใช้ไม่ได้ ผู้ขายยังยินดีมารับกลับไปส่งศูนย์ซ่อมอีก คราวนี้ทางศูนย์ซ่อมยืนยันว่าไม่เสีย แต่เมื่อนำกลับมาใช้ก็พบว่ายังใช้ไม่ได้อยู่ดี จะให้ทำอย่างไร โยนทิ้งไปหรือ บางรายมีความจำเป็นมากๆต้องยอมซื้อเครื่องใหม่ อย่างนี้น่าเจ็บใจไหม

แค่พ่อค้าที่มีความเชี่ยวชาญมากอาจแก้ปัญหาได้ เพราะหลายครั้งปัญหาไม่ได้เกิดจากโปรเจคเตอร์แต่เกิดจากปัญหาอื่น ดังนั้นการเลือกพ่อค้าก็เป็นเรื่องสำคัญ บริการจากผู้ค้าอาจครอบคลุมไปมากกว่าการรับผิดชอบต่อสินค้าที่เขาขายก็ได้ เช่นมีรายหนึ่งบอกว่าเมื่อก่อนโดนถูกผู้ใหญ่ตำหนิประจำ ว่าให้แก้ปัญหาต่างๆหลายครั้งแล้วไม่จัดการให้เรียบร้อยสักที ทั้งๆที่เขาได้แจ้งให้พ่อค้าประจำรายนั้นให้มาดูแลให้หน่อย แต่ก็ไม่ยอมมาบริการ จะเอาแต่ขายลูกเดียว แต่หลังจากเปลี่ยนผู้ขาย ชีวิตของเขาดีขึ้นมาก บางครั้งปัญหาที่ดูใหญ่โต สามารถซ่อมเสร็จภายในวันเดียว ตอนนี้ผู้ใหญ่ชมเชยว่าเขามีความรับผิดชอบดีมาก

5. เทคโนโลยีการสร้างภาพ เทคโนโลยีสร้างภาพที่ใช้กับโปรเจคเตอร์เช่น LCD LCoS DLP และ GLV เป็นต้น แต่ที่ตั้งหน้าห้ำหั่นกันมีอยู่คู่เดียวคือ 3LCD กับ DLP ทั้ง 2 เทคโนโลยีในสภาพการใช้งานจริง สิ่งที่ทั้ง 2 ค่ายต่างสาดโคลนเข้าใส่กันนั้นไม่ใช่ปัญหาใหญ่โดยเฉพาะปัญหาอัตราส่วนเปรียบต่าง(Contrast Ratio) อยากให้เทียบภาพที่ฉายด้วยเทคโนโลยีทั้ง 2 แล้วดูว่าชอบแบบไหน ความแตกต่างระหว่าง 3LCD และ DLP พอจะเทียบได้กับสีโปสเตอร์กับสีน้ำมัน ที่สวยไม่เหมือนกัน

6. ของแถม เรื่องนี้ค่อนข้างเป็นความเห็นส่วนตัวสักหน่อย นานมาแล้วมีโปรเจคเตอร์ยี่ห้อหนึ่งจัดโปรโมชั่นด้วยการแถมจอสำหรับภาพฉายชนิดติดผนัง/แขวนเพดาน ม้วนเก็บด้วยสปริงขนาด 70” X 70” จนเป็นที่ถูกใจของผู้ซื้อ เล่นเอายี่ห้ออื่นต้องทำตาม ลงท้ายลูกค้าเองเป็นฝ่ายเรียกร้องให้แถมจอฯ การขายโปรเจคเตอร์แถมจอฯนี้ ผู้ขายจะได้กำไรลดลงจริงๆ ทั้งๆที่ก่อนหน้านั้น กำไรก็น้อยอยู่แล้ว ดังนั้นผมจะไม่โจมตีผู้ขายว่า บวกราคาค่าจอฯ เข้าไปด้วย หรือบังคับให้ซื้อโปรเจคเตอร์แล้วต้องซื้อจอพ่วง
การเน้นของแถมนี้ ผู้ขายจงใจให้ผู้ซื้อโปรเจคเตอร์ เลือกเฉพาะยี่ห้อของเขา ซึ่งอาจทำให้ได้ของที่ไม่ตรงตามความต้องการ อีกประการหนึ่งจอฯ ขนาด 70” X 70” นี้เมื่อเทียบกับขนาดอื่นแล้วมีราคาถูกที่สุด เขาถึงแถมมา แต่ผมไม่อยากแนะนำให้ใช้จอฯขนาด 70” X 70” เท่าไหร่ เหตุผลเพราะ ห้องเรียนแทบทั้งหมดสามารถฉายภาพได้ใหญ่สุดถึง 120” รวมทั้งโปรเจคเตอร์ในปัจจุบัน รุ่นที่มีราคาต่ำสุด ก็สว่างพอที่จะใช้ได้กับจอฯขนาด 120” แล้ว เมื่อเอาจอฯที่แถมมาขนาด 70” X 70” มาใช้ ขนาดภาพที่ฉายขึ้นไปจะได้ใหญ่สุดพียง 87” ( เว้นแต่ผู้ใช้ต้องการภาพขนาดนี้) บางรายซื้อโปรเจคเตอร์ความสว่าง 3000 ANSI ลูเมน แต่ใช้จอฯที่แถมมาขนาด 70” X 70” อย่างนี้น่าเสียดายของมากๆ

7. เตรียมตัวก่อนไปทดลองของจริง หากท่านต้องการไปดูโปรเจคเตอร์ ขอให้วัดความสูงของจอฯที่จะใช้และระยะระหว่างจอฯกับผู้ชมแถวหน้า เวลาไปให้หาเพื่อนที่มีความรู้ด้านภาพจริงๆไปด้วย และที่สำคัญกว่านั้นชวนคนที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ไปด้วย เวลาชมให้ยืนห่างจากจอฯ ในอัตราส่วนเดียวกับที่วัดได้ในห้องประชุมของท่าน บางคนเมื่อไปดูของชอบยืนชิดจอฯ แต่ถ้ายืนดูในระยะเดียวกับที่แนะนำไว้ ภาพที่ดูคมกว่าในระยะประชิดอาจดูไม่แตกต่างจากโปรเจคเตอร์ที่ภาพคมน้อยกว่า ถ้าเป็นอย่างนี้ถือว่าคะแนนเท่ากัน
เมื่อกลับมาแล้วให้สอบถามคนที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ว่าเขาเห็นเป็นอย่างไร ที่ให้ทำอย่างนี้เพราะในการใช้งานจริง ผู้ชมส่วนใหญ่จะไม่ใส่ใจกับรายละเอียดปลีกย่อยของภาพที่ฉายมากนัก เมื่อเป็นอย่างนั้น เราไม่ควรให้น้ำหนักกับปัญหานี้มากเกินไป

8. ตัดสินใจซื้อแต่เนิ่นๆ การไม่ตัดสินใจซื้อก่อนการใช้จริงแต่เนิ่นๆ จะมีผลไม่ค่อยดีบางประการ
1. ของที่อยากได้เกิดขาดตลาด แต่เวลาใช้งานกระชั้นรอไม่ได้ เลยต้องยอมซื้อของที่แพงกว่านั้นหรือด้อยกว่านั้นแทน
2. ไม่มีเวลาซ้อมงานพรีเซ้นก่อนวันงานเพียงพอ
3. ในที่สุดอาจไม่ได้ของมาใช้ เพราะอาจติดขัดโน่นนี่ เช่นเงินหมดก่อน อะไรทำนองนั้น หลังจากซื้อไม่ทันใช้งาน ความกระตือรือร้นที่จะซื้อก็จะพลอยเหือดหายหมดไป พองานต่อไปก็เร่งๆจัดซื้อ แล้วก็ซื้อไม่ทันเช่นเดิม เป็นอย่างนี้ไปหลายปี ในที่สุดก็เลิกคิดที่จะซื้อโปรเจคเตอร์ แล้วใช้วิธียืมของคนอื่นยันป้าย

สั่งซื้อโปรเจคเตอร์ได้ที่ https://projectorpro.in.th

REVIEW Projector Epson MG-850HD

Epson Megaplex MG-850HD เป็นโปรเจคเตอร์ โฮมเธียเตอร์ เด่นเรื่องมัลติมีเดียไฮบริดแสดงผลแบบแบบไวด์สกรีนความละเอียดระดับ WXGA (1280 x 800) ความสว่างสูง (2800 ANSI) และความคมชัด 3000:1 โปรเจคเตอร์ MG-850HD มีประสิทธิภาพการทำงานเปรียบได้กับโรงภาพยนตร์ขนาดย่อมสุดยอด

Home Theater Projectors

ครบเรื่อง “ความบันเทิงภายในบ้าน” มีพอร์ตที่สามารถเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ผ่าน VGA, USB หรือ HDMI สะดวกในการนำเสนอภาพสไลด์จากจากอุปกรณ์เก็บข้อมูล USB คุณลักษณะนี้ช่วยให้คุณสามารถแสดงภาพ (. jpg,. PNG, GIF. และ. รูปแบบ BMP ) โดยไม่ต้องใช้พีซี พร้อมด้วยFunction เสริมสำหรับเชื่อมต่อ iPod iPad เพื่อช่วยให้การฉายภาพวิดีโอและเล่นไฟล์เสียงได้สะดวกทันสมัยที่สุดรองรับความบันเทิงไร้ขีดจำกัด

Epson MG-850HD Projector Special Features

ความสว่างที่ 2800 ANSI
พอร์ตเชื่อมต่อ Play – USB
Built-in iPod, iPhone และ iPad
Built-in วัตต์ 10 ลำโพงสเตอริโอ
สามารถเปิดเครื่อง และปิดเครื่องโดยไม่รอนาน
สเปคเครื่องแบบย่อ
เทคโนโลยี 3LCD
ความละเอียด WXGA (1280×800)
ความสว่าง: 2800 ANSI
ความคมชัด: Up to 3000:1
อัตราส่วนเลนส์ซูม: 1.2:1
Lamp Life: 4000 / 5000 HR.

สามารถสั่งซื้อโปรเจคเตอร์เตอร์เอปสัน หรือรุ่นอื่นๆได้ที่ https://projectorpro.in.th

REVIEW Projector BenQ MS504

REVIEW Projector BenQ MS504 จิ๋วแจ๋วอีกแล้ว

มาคราวนี้ผมนำโปรเจคเตอร์ น้ำดี ที่ราคาไม่แพงมาฝากครับ เมื่อเราพูดถึงโปรเจคเตอร์ ที่มีราคาประหยัดในสมัยก่อน เราจะคิดมั้ยว่าจะได้สเปคขนาดไหนบ้าง ?

อาจจะ เป็น “ความสว่างน้อยแน่เลย หรือ คอนทราสต่ำแค่ 3000:1 รึเปล่าหว่า?” หรืออาจจะไม่มีลูกเล่นอะไรเลย

แต่ถ้าเป็น ณ ปัจจุบันแล้ว เทคโนโลยี ก้าวหน้าและมาพร้อมกับความประหยัดด้วย และต้องไม่ลืมที่จะใส่ใจในเรื่อง“การลดภาวะโลกร้อน” ที่แย่ลงทุกวัน …..เฮ้อ! เข้าเรื่องดีกว่า โปรเจคเตอร์ที่ ผมกำลังจะพูดถึงนี้มีชื่อรุ่นว่า BenQ MS504 เป็นญาติกับ MS502 แหะๆ อีกแล้ว ซึ่งข้อดีของ MS504 นั้นได้มีการเช็คในหลายๆเรื่องว่าดีกว่า ทั้งในเรื่อง ของตัวเครื่องที่บางลง มีวัสดุที่ทนทานและยังมีฟังชั้นที่สูงขึ้นอีกด้วย เคยมีหลายคนบอกว่า (ส่วนใหญ่เป็นลูกค้าที่เคยซื้อ MS502 ไปใช้หนะ..อิอิ)

ตัวเครื่องบาง เล็ก กระทัดรัด ที่สำคัญน้ำหนักจาก 2.3 กก. (รุ่น MS502) เหลือแค่ 1.8 กก.

เมื่อมาเห็น โปรเจคเตอร์ MS504 แล้วรู้ได้เลยว่า มันสวยและน่าจะหาที่วางได้ง่ายมาก เนื่องจากตัวเครื่อง มีขนาดบางกว่ารุ่นก่อนถึง 1” นิ้ว ความสว่างของมัน มีถึง 3000 Ansi Lumenแต่กลับมีอายุของหลอดสูงสุดถึง 10,000 ช.ม. แถมยังมากับฟังชั่น3D ที่มีประสิทธิภาพขึ้น Wow++

ช่องต่อยังคงลักษณะมาจากรุ่นพี่ เพียงแค่สลับฝั่งเท่านั้น

ด้วย เมนู 3D ที่ปรับใหม่ ทำให้การรับชมภาพยนตร์สามมิติได้ง่ายกว่าเดิม เพื่อว่าอยากจะเอามาดูหนังบ้างอะไรบ้างอย่างเงี้ยะ…อิอิ ต้องขอบอกว่า BenQ MS504 เป็น โปรเจคเตอร์ที่น่าคบหาอีกตัวหนึ่งเลยทีเดียว เพราะไม่ว่าจะเป็นงานที่ต้องใช้ในห้องสว่างหรือ งาน Out Door อย่างร้านอาหาร เพื่อการประชาสัมพันธ์เรียกลูกค้าที่ผ่านไปมาให้สะดุดกับจอภาพขนาดยักษ์ แค่ให้คนที่อยู่ระยะประมาณ 5-6 เมตรเห็นก็ถือว่าคุ้มแล้วกับราคาที่ไม่แพงขนาดนี้ 555+

เอาเป็นว่าทั้งสวยทั้งคุณภาพดีแถมยังราคาไม่แพง แค่ หมื่นต้นๆ….(แย้มสักนิด) มันเป็นอะไรที่คุ้มค่ามากถ้าได้ครอง เชื่อว่าหลายท่านที่ซื้อไปใช้คงไม่ผิดหวัง (หรือท่านที่หวังไว้เยอะกว่านี้ ผม “O_oจอกว้าง” จะมีโปรเจคเตอร์ดีๆ มาให้คุณได้ศึกษาก่อนตัดสินใจอย่างแน่นอนครับ)

ฝากไว้เท่านี้นะครับ ขอให้รับความบันเทิงจากโปรเจคเตอร์อย่างมีความสุข และถ้ายังไม่มีร้านขายโปรเจคเตอร์ที่ถูกใจลองเข้าไปดูที่ https://projectorpro.in.th

REVIEW Projector ACER X1385WH

REVIEW Projector ACER X1385WH โปรเจคเตอร์ รุ่นใหม่มาแรง สำหรับพรีเซนต์งาน และ ดูหนัง

“ACER X1385WH” เป็นของเล่นชิ้นใหม่ล่าสุดจากแบรนด์ เอเซอร์ นั่นเองครับ คุณสมบัติครบครันมาพร้อมด้วยตัวเครื่องสีขาวนวล สีสันสวยงามกันเลยทีเดียวล่ะครับผม

เรามาดูกันดีกว่าครับว่าเจ้าตัวนี้ทำอะไรได้บ้างนอกจากความสวยงามของมันแล้ว เริ่มกันเลยครับด้วย เทคโนโลยี Acer ColorSafe II เข้ามาช่วยทำให้สีของภาพนั้นสวยไม่แพ้กับเทคโนโลยีอื่นๆเลย เช่นกันในโหมดของ Dynamic นั้นจะให้สีที่แท้จริงมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นสีเขียว หรือ สีเหลือง เป็นต้น เรามาต่อกันที่ Function ต่อไปกันนะครับ นั่นคือ Acer DynamicBlack™ ทำให้เจ้าเครื่องนี้มีค่าคอนทราสสูงมากถึง 20000:1 เครื่องไหนมีค่าคอนทราสต์สูงๆ จะแสดงภาพได้ดูลึกมีมิติสมจริงครับ

แล้วที่บอกว่าสามารถนำไปดูหนังได้ ก็เพราะว่าเครื่องนี้มีความละเอียดมากถึง 1280 x 800 (WXGA) หรือที่เราเรียกว่า HD นั่นเองครับ ความคมชัดระดับ HD ก็ถือว่าชัดพอสมควรนะครับ ลองนึกภาพตามดูนะครับ เรานำไปใช้ในห้องนอน ใช้กับจอรับภาพขนาดใหญ่ สัก 100-120 นิ้ว อารมณ์เหมือนเรายกโรงหนังไปอยู่ที่บ้านกันเลยทีเดียวล่ะครับ

รูปด้านบนของ Acer Projector X1385WH

จากรูปด้านบนตัวเครื่องเราจะเห็นว่ามีปุ่มกดให้เลือกใช้ปรับ MENU ต่างๆได้ ในกรณีไม่ใช้ รีโมทคอนโทรลหรืออาจจะทำหาย ส่วนช่องไฟ 3 ช่องที่เห็นนั้น จะเป็นไฟบอกระบบการทำงานต่างๆของตัวเครื่องนั่นเองมีอะไรบ้างนั้นไปดูกันเลย

เริ่มจากช่องซ้าย จะติดเมื่อเราเสียบปลั๊กไฟเข้ากับตัวเครื่อง หลังจากกดปุ่มเปิดเครื่องแล้วไฟจะกระพริบเพื่อเริ่มการทำงานจนกว่าจะวอร์มหลอดภาพเสร็จ

ช่องกลาง นั่นคือ LAMP ครับ ไฟช่องนี้จะติดเมื่อหลอดภาพมีปัญหาหรือใกล้หมดอายุ

ช่องขวา TEMP หรือย่อมาจาก Temperature ไฟช่องนี้จะติดเมื่อตัวเครื่องนั้นมีความร้อนสูงหรือมีปัญหาเกี่ยวกับอุณหภูมิของตัวห้องที่มาจากความร้อนครับ

จากในรูปบ่งบอกถึงการใช้งานในตอนกลางวันนั้นก็จะไม่เป็นปัญหาอีกต่อไป เพราะตัวเครื่องนั้น มีความสว่างสูงถึง 3,200 ANSI LUMEN ที่จะบอกก็คือตัวเครื่องรุ่นนี้สามารถใช้งานได้ในตอนกลางวันนั่นเองครับ

เครื่องรุ่นนี้ดูหนัง 3 มิติ (3D) ได้ด้วยนะครับ โดยเพิ่มเทคโนโลยีนี้เข้ามาช่วย Acer ColorBoost3D โดยทั่วไปแล้วในโหลด 3 มิติ สีสันของภาพยนตร์นั้นจะลดลงมาก จึงใช้เทคโนโลยีนี้เข้ามาช่วยในส่วนของสีสัน เพิ่มอารมณ์คนดูตามไปด้วยนะครับ

จากภาพด้านบนนั้นเป็นผลมาจาก เทคโนโลยี Acer DynamicBlack™ ที่ได้กล่าวไว้ด้านบนนะครับ จากภาพนั้นจะเห็นได้ว่าความคมชัดนั้นสูงเหลือเกิน แต่ราคานั้นสูงไม่เกินเอื้อมแน่นอนครับ ผมรับประกันได้ อิอิ….

เรามาดู ช่องเชื่อมต่อสัญญาณภาพและเสียงต่างๆ กันนะครับ ว่ามีอะไรบ้างและจะเด็ดแค่ไหน

Input Terminal

– Analog RGB/Component Video (D-sub) x 2
– HDMI/MHL (Video, Audio, HDCP) x 1
– Composite Video (RCA) x 1
– S-Video (Mini DIN) x 1
– PC Audio (Stereo mini jack) in x 2

Output Terminal

– Analog RGB (D-Sub) x 1
– PC Audio (Stereo mini jack) x 1
– DC Out (5V/1A, USB Type A) x 1

เป็นไงบ้างล่ะครับ มีทั้ง HDMI / VGA แถม USB ให้อีกด้วยครับ ใช้งานได้หลากหลายรูปแบบกันเลยทีเดียว ท่านลูกค้าเริ่มตัดสินใจได้ง่ายขึ้นแล้วใช่ไหมล่ะครับ

สนใจสั่งซื้อเอเซอร์โปรเจคเตอร์หรือโปรเจคเตอร์ยี่ห้ออื่นได้ที่ https://projectorpro.in.th

REVIEW Projector EPSON EB-S21

REVIEW Projector EPSON EB-S21 รุ่นเล็กมาใหม่ ที่ทรงคุณภาพ

เป็นการคลอดโปรเจคเตอร์ รุ่นเล็กที่มีความสว่าง 3000 Ansi Lumen หลังจาก Epson ได้ปล่อยตัว Projector ออกมาใหม่หลายตัวและหลายซีรีย์วันนี้นำตัว EB-S21 มาให้ได้รู้ถึงลูกเล่นกัน

หน้าตาเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด ด้านซ้ายมือคือ EB-S21 ด้านขวาคือ EB-S11
 

ช่องต่อมากมายอเนกอนันต์พร้อมรับใช้ทุกการเชื่อมต่อ

เรามาเริ่มกันเลยว่า เจ้าEB-S21 คุณสมบัติเบื้องต้นที่ให้มามีอะไรพอฟัดพอเหวี่ยงกับเจ้าอื่นๆ ในตลาดกันบ้าง

ความสว่างพกมามากถึง 3,000 Ansi Lumen กันเลยทีเดียว ช่างเหมาะกับห้องที่มีขนาดไม่ใหญ่มาก ต่อให้มีแสงสว่างของไฟภายในห้องยังสามารถเห็นภาพได้อย่างชัดเจน ทั้งยังได้เพิ่ม Contrast Ratioเป็น 10,000 : 1 เพื่อรองรับงานการนำเสนอ ช่วยทำให้ตัวหนังสือดูตัดกันกับฉากหลังดีมากขึ้น อุปกรณ์เสริม Wireless LAN adaptor ELPAP07 สามารถเชื่อมต่อแบบไร้สายโดยผ่าน ทางช่อง USB Type A

 

หน้าตาเจ้าอุปกรณ์เสริมที่ว่า คล้ายกับ Flash Drive ที่เราๆ ท่านๆ ใช้อยู่ทุกวี่ทุกวัน สนับสนุนการทำงานให้ง่ายยิ่งขึ้น

ทำการเชื่อมต่อได้ทั้ง smart phone หรือ Tablet รองรับทั้งระบบปฏิบัติการ Android และ ios ผ่านทาง Application “Epson iProjection” แต่ App ไม่รองรับการค้นหาข้อมูลโปรเจ็คเตอร์, การแสดงหลายจอภาพ, การทำหน้าที่จัดสรร, การโอนเสียง, การโอนไฟล์ภาพยนตร์, ปิดการเชื่อมต่อที่มีการรบกวนและการโอนข้อมูลที่มีการเข้ารหัสผ่าน

ส่วนคอมพิวเตอร์สามารถเชื่อมต่อแบบไร้สายได้ทางโปรแกรม Epson EasyMP Network Projection (ดาวน์โหลดได้จากหน้าเว็บของ Epson ได้เลย) ก็สามารถใช้ได้เหมือนกันเลย

ตบท้ายด้วยการเพิ่ม HDMI เข้ามาเพื่อรองรับภาพจากสัญญาณดิจิตอล ไม่ว่าจากเครื่องเล่นหรือกล่องสัญญาณดาวเทียม รวมถึง อัลตร้าบุ๊ครุ่นใหม่ๆ ที่เปลี่ยนเอาช่อง VGA ออกเหลือเพียง HDMI อย่างเดียว ลำโพงในตัวเครื่องจากรุ่นเดิมๆ แค่ 2W ขยับเป็น 5W

การแก้ไขสี่เหลี่ยมคางหมูแบบแนวนอน

การปรับภาพสี่เหลี่ยมคางหมูแนวตั้งอัตโนมัต และปรับภาพสี่เหลี่ยมคางหมูแนวนอน (Horizontal Keystone) ยังคงเป็นจุดแข็งที่ทำให้เหนือคู่แข่งในตลาดระดับที่เท่าๆ กัน

สุดท้ายมาจบที่เรื่องของหลอดภาพ ที่ได้พัฒนาอายุการใช้งานที่ยาวนานขึ้น ในโหมดปกติ 5,000 ชม. ในโหมดประหยัด 6,000ชม. แถมหลอดภาพก็มีราคาถูกลงอีกด้วย

สนใจสั่งซื้อโปรเจคเตอร์ได้ที่ https://projectorpro.in.th

การใช้งานโปรเจคเตอร์ อย่างถูกวิธี

1. จะต้องต่อสายสัญญาณต่างๆ เช่น RGB, Video หรือ Audio ระหว่างคอมพิวเตอร์กับโปรเจคเตอร์ให้เรียบร้อยก่อนที่จะเสียบปลั๊กเปิดเครื่อง เพื่อความปลอดภัยของโปรเจคเตอร์และคอมพิวเตอร์ของคุณ เนื่องจากการต่อสายสัญญาณต่างๆหลังจากที่เปิดเครื่องแล้วอาจจะทำให้ Port หรือจุดต่อสัญญาณของโปรเจคเตอร์และคอมพิวเตอร์ของคุณเสียหายได้ถ้าหากมแรงดันไฟฟ้า ระหว่างกราวด์ของคอมพิวเตอร์และโปรเจคเตอร์ต่างกัน นอกจากนั้นอาจทำให้ภาพที่ฉายออกจอโปรเจคเตอร์ไม่ถูกต้องหรือไม่ออกเนื่องจากสัญญาณที่ส่งจากคอมพิวเตอร์ไม่ Sync กับโปรเจคเตอร์ซึ่งจะต้องเสียเวลาสำหรับปรับแต่งใหม่ ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยและลดขั้นตอนการใช้งานจึงแนะนำให้ปฏิบัติตามขั้นตอนดังกล่าวทุกครั้ง

2. ในกรณีมีการพักหรือเบรคระหว่างการประชุม การปิดเครื่องโปรเจคเตอร์เพื่อประหยัดอายุหลอดเป็นความคิดที่ผิด เนื่องจากในระหว่างการเปิดเครื่องจะต้องใช้ไฟฟ้าแรงดันสูงกว่าในขณะที่หลอดสว่างเต็มที่ดังนั้นการเปิดเครื่องระหว่างที่หลอดยังร้อนอยู่ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่หลอดภาพเสื่อมก่อนเวลาอันสมควร ซึ่งตามสถิติพบว่าโปรเจคเตอร์ที่ใช้งานต่อเนื่องจะมีอายุหลอดมากกว่าโปรเจคเตอร์ที่มีระยะเวลาการใช้แต่ละครั้งน้อย แต่มีการปิด-เปิดบ่อย ดังนั้นในกรณีที่ต้องการพักการประชุมเป็นเวลาสั้นๆ เช่น Coffee Break แนะนำให้กดปุ่ม Mute บนรีโมทเพื่อปิดภาพชั่วคราวแทนการปิดเครื่อง

3. หลังจบการประชุมจะต้องปิดเครื่องโดยกดปุ่ม Power บนตัวเครื่องหรือบนรีโมทเท่านั้น ห้ามปิด Main Switch หรือยก Breaker หน้าห้องประชุมเด็ดขาดคะ เพราะการทำดังกล่าวจะทำให้อายุการใช้งานหลอดภาพลดลงโดยที่ท่านไม่รู้ตัว และก่อนถอดสาย Power ออกเพื่อเก็บเครื่องลงกระเป๋าจะต้องแน่ใจว่าพัดลมระบายความร้อนหยุดหมุนแล้วเท่านั้น ซึ่งโปรเจคเตอร์รุ่นปัจุบันจะใช้เวลาระบายความร้อนหลอดหรือที่เรียกว่า Cooldown น้อยลงมากโดยที่ไม่ทำให้ท่านเสียเวลารอเหมือนโปรเจคเตอร์ในยุคแรกๆ

เมื่อทราบวิธีใช้อย่างถูกวิธีแล้ว ลองสั่งซื้อโปรเจคเตอร์ได้ที่ https://projectorpro.in.th

Review Projector ACER PREDATOR Z650

Review Projector ACER PREDATOR Z650 Full HD DLP Projector

จากที่ ACER ได้มีการเปิดตัวผ่าน Live Facebook ที่แฟนเพจ Acer Thailand เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2016 ที่ผ่านมา โดยสินค้าที่ทำการเปิดตัวนั้นคือ ACER PREDATOR Z650 Full HD DLP Projector ซึ่งเป็นโปรเจกเตอร์ที่มีความละเอียดมาตรฐานที่ FULL HD หรือ 1920 x 1080 เป็นโปรเจคเตอร์ที่ทำมาเพื่อ gaming โดยเฉพาะครับ เรามาชมรายละเอียดของตัวโปรเจกเตอร์กันก่อนครับ

PROJECTOR DETAIL

  • Brightness (ANSI lumens) : 2200
  • Contrast : 20000:1
  • Resolution : HD (1920 x 1080)
  • Aspect Ratio : 16:9 (Native), 4:3 (Supported)
  • Projector Technology : DLP®
  • Projector Lens : F = 2.60~2.78, f = 10.20mm ~ 11.22mm, Manual Zoom & Focus
  • Throw Ratio : 100”@1.5m (0.69 ~ 0.76)
  • Keystone : +/-30 degrees (Vertical & Horizontal ) 4-Corner Correction
  • Input Terminal :
    Analog RGB/Component Video (D-sub) x 1,
    Composite Video (RCA) x 1,
    S-Video (Mini DIN) x 1,
    Component (3 RCA) x 1,
    HDMI (Video, Audio, HDCP) x 1,
    HDMI/MHL (Video, Audio, HDCP) x 1,
    HDMI/MHL (Video, Audio, HDCP, Internal) x 1,
    PC Audio (Stereo mini jack) x 1
  • Output Terminal :
    Analog RGB (D-sub) x 1,
    PC Audio (Stereo mini jack) x 1,
    DC Out (5V/1A, USB Type A) x 1,
    DC Out (5V/1A, USB Micro-B, Internal Plug) x 1
  • Lamp Life : Up to 6,000 Hours.
  • Audio : 10W x 2, DTS Sound, Bluetooth audio connection supported
  • Weight : 3.4 Kg.ตัวโปรเจกเตอร์นั้นอย่างที่บอกไปแล้วว่ามีความละเอียด FULL HD หรือ 1920 x 1080 อัตราส่วนการแสดงผล 16:9 แบบ DLP ครับ รองรับวีดีโอโหมดคลอบคลุม 720p, 1080i, 1080p/60, 576p, 480p, 480i และสูงสุดที่ 1920×1200 มีระบบส่งสัญญาณ Wireless ที่ต้องซื้ออุปกรณ์เพิ่มอีกเล็กน้อย และตัว PREDATOR Z650 นั้นเป็น projector ที่ออกแบบมาเพื่อคอเกมส์อย่างแท้จริง

    PACKAGE APPEARANCE


    ตัวกล่องบรรจุนั้นทำจากกระดาษกล่องสกรีนสีสรรสวยงามมาก เมื่อเปิดฝาออกมาจะเห็นมีถุงลมพลาสติกที่จะช่วยลดแรงกระแทกและจะช่วยลดการเสียหายในระหว่างขนส่งได้ดีขึ้น แต่ก็อีกครับโปรเจกเตอร์นั้นค่อนข้างอ่อนไหว ระวังเรื่องกระแทกไว้ก็จะดี

     

    ด้านในกล่องนั้นจะมีคู่มือ สายสัญญาณ สายไฟ AC แว่นสามมิติสองอัน คู่มือ รวมถึงรีโมทอีกหนึ่งอัน
     

    ตัวโปรเจกเตอร์จะถูกบรรจุในกระเป๋าแบบนี้เลยครับ

    หน้าตาเต็มๆของ PREDATOR Z650 ครับ สวยงามโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ด้วยสีแดงตัดกับสีเทาเข้มๆ ตัวเครื่องนั้นขึ้นรูปมาจากพลาสติกเนื้อดีครับ น้ำหนักเมื่อยกขึ้นแล้วรู้สึกตึงมือเล็กน้อย ด้านข้างจะมีช่องระบายอากาศซึ่งด้านในจะมีพัดลมคอยเป่าหลอดอยู่


    ช่องทางการเชื่อมต่อเอาท์พุทนั้นหลากหลายครับ มันสามารถรับสัญญาณจากหัวแบบ rca ได้ D-SUB HDMI 2 ช่อง รองรับการเชื่อมต่อแบบ MHL ด้วย มีช่องเสียบสายแลนหนึ่งช่อง ออดิโออินพุทสองช่อง ออดิโอเอาท์หนึ่งช่อง ซึ่งด้านหลังนี้จะมีช่องเสียบสายไฟเข้ากับตัวโปรเจกเตอร์ด้วย


    บริเวณด้านบนจะเป็นปุ่มบังคับการทำงานนะครับ และจะเห็นวงแหวนด้านบนสองวง วงนอกสุดจะไว้สำหรับปรับโฟกัส ถัดลงมาจะเอาไว้ปรับอัตราส่วนการขยาย ซึ่งการออกแบบนี้ค่อนข้างดีครับที่ซ่อนวงแหวนนี้ไว้จะช่วยลดการคลาดเคลื่อนของโฟกัสและระนาบของเลนส์ด้วย

     

    ด้านใต้ของโปรเจกเตอร์นั้นจะเห็นถึงจุดยึดกับขายึดกับเพดานได้ครับ
    เปิดเครื่องครั้งแรก โห !!! อย่างเท่

     

     

    หน้าตาเมนูเหมาะกับเกมเมอร์จริงๆ

    TESTING


    ทดลองชมภาพยนต์ไฟล์ขนาด Full HD ดูบ้าง สีสรรค่อนข้างอิ่มครับ รายละเอียดของภาพดีมาก ไดนามิกส์คอนทราสยอดเยี่ยมครับ ตรงนี้จะมีตัวแปรนิดนึงครับหากต้องการจะได้คุณภาพการแสดงผลที่ดีที่สุด ห้องควรจะมืด 100%


    ลองเปิดหน้านี้ขึ้นมาครับเพื่อให้ดูความสว่าง ความขาวและความคมชัดของตัวอักษรที่ผ่านการฉายมาแล้ว ตัวอักษรนั้นชัดเจน คม คอนทราสดีมาก

    SUMMARY

    หลังจากที่ได้ทดลองดูอยู่หลายวันเพื่อเช็คความสามารถในการแสดงผลโดยรวมของ PREDATOR Z650 นั้น ตัวโปรเจกเตอร์มีความสามารถครอบคลุมทั้งด้านการพรีเซนเตชั่นได้อย่างสมบูรณ์แบบ ด้วยความละเอียด FULL HD รวมถึงความสว่างที่ค่อนข้างสูงนั้นทำให้ตัวอักษรคมชัด คอนทราสดีแม้ฉายในห้องที่ไม่สามารถควบคุมแสงได้มืด 100% เมื่อนำมาชมภาพยนต์จากไฟล์ที่มีความละเอียดสูง ตัวPREDATOR Z650 นั้นก็แสดงให้เห็นถึงความยอดเยี่ยมของภาพได้อย่างน่าทึ่งครับ ความสว่าง ความคมชัด ความต่างในที่มืดที่สว่าง เยี่ยมครับ สีสรรนั้นหากเราปรับแต่งโพรไฟล์ให้ได้ใกล้เคียงความเป็นธรรมชาติแล้ว ผมรับรองได้ครับว่าสีสรรนั้นสวยสดงดงามใช้ได้ ภาพจากการแสดงผลตัวอักษรจากการเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์นั้นชัดเจนอ่านได้และดีที่สุดเท่าที่เคยทดสอบมา

    ระยะในการติดตั้งนั้น ในห้องที่สามารถควบคุมแสงได้เกือบๆ 100% นั้น ผมเซตขนาดของจอภาพไว้ที่ 120 นิ้ว อัตราส่วน 16:9 ระยะห่างของ PREDATOR Z650 จากจอภาพที่ 1.8 เมตรพบว่าคมและชัดเจนมากและดีที่สุดเท่าที่เว็บเราทดสอบมา ความร้อนที่แผ่ออกมาจากตัว Projector นั้นมีระดับนึงครับ ดังนั้นหากไม่ได้ทำการติดตั้งบนเพดาน แนะนำว่าให้หาพื้นที่ที่โล่งซักนิดเพื่อให้ความร้อนจากตัว Projector นั้นการะจายออกไปได้สะดวก รวมถึงความดังของพัดลมก็ดังระดับนึงครับแต่ถ้าติดตั้งบนเพดานก็จะไม่มีผลกระทบใดๆต่อการรับชมภาพยนต์ ท้ายนี้คงต้องบอกว่า PREDATOR Z650 นั้นถือเป็นโปรเจกเตอร์ที่ออกแบบมาได้อย่างลงตัวไม่ว่าจะเป็นการเล่นเกมส์หรือการชมภาพยนต์ คุณภาพภาพโดยรวมนั้นถือว่าเป็นโปรเจกเตอร์ชั้นดีแล้วละครับ คงต้องฝากไว้ให้พิจารณาสำหรับผู้ที่ต้องการ Projector ซักตัวมาเพิ่มระดับความบันเทิงภายในบ้านครับ

หากต้องการสั่งซื้อ Projector Acer Predator Z650 สามารถเข้าไปสั่งซื้อได้ที่ https://projectorpro.in.th

 

REVIEW Projector BENQ MX768 รุ่นนี้ไม่ชัดจริงไม่แนะให้ใช้

ครั้งนี้เราจะมาพูดถึง โปรเจคเตอร์ BenQ ที่ให้ความสว่างสูงกันบ้าง ณ ปัจจุบันทางบริษัท BenQ ได้เริ่มนำเสนอขายโปรเจคเตอร์ที่มีความสว่างสูงออกมาตีตลาดบ้านเราเยอะขึ้น จากเมื่อก่อน รุ่นที่มีความสว่าง 4000 ANSI Lumen ขึ้นไปนั้น ราคาจะสูงติดเพดานเลยทีเดียวเชียว เฮ้อ….!!!

แต่ตอนนี้ลูกค้าทุกท่านเตรียม เฮ….!!! กันได้เลย
เพราะ รุ่นใหม่ๆ ความสว่างสูงๆ ของ BenQ นั้น ราคาไม่สูงอย่างที่คิด และยังมาพร้อมกับ Feature ที่หลากหลายมากขึ้นอีกด้วย

หน้าตาด้านหน้าและด้านหลังของตัวเครื่อง

เริ่มด้วย Feature ใหม่ที่จะอัดเข้ามากับรุ่นความสว่างสูงๆเกือบทุกรุ่น นี้คือ Corner fit หรือ การปรับภาพเบี้ยวได้ทีละมุม


ตัวอย่างการใช้งาน Conner fit

ฟังค์ชั่นนี้จะช่วยให้การติดตั้งเครื่องง่ายขึ้น เพราะแต่ละสถานที่มีความแตกต่างกันออกไป เมนู Corner fit จะทำให้รับมือกับทุกสถานที่และทุกสถานการณ์เลยครับ

ความพิเศษของมันไม่ใช่แค่ปรับได้ทีละมุม ยังเพิ่มอีกเมนูขึ้นมาคือ Surface fit
ตัวอย่างการใช้งาน Surface fit

ไม่ว่าพื้นผิวที่ใช้เป็นฉากรับภาพจะมีความโค้งนูนหรือเว้าเพียงใด ด้วยเมนู Surface fit ช่วยปรับแก้ได้โดยไม่ต้องใช้เทคนิคการติดตั้งแต่อย่างใด

BenQ MX768 เป็นอีกรุ่นที่การออกแบบระบบการขยายภาพมีประสิทธิภาพมากขึ้น ภายใต้ชื่อว่า Big Zoom ความพิเศษของ Big Zoom คือ การเปลี่ยนให้อัตราการขยายภาพ หรือที่เรียกว่ากันติดปากว่า “ซูม” เป็น 1.6x

ด้วยขนาดภาพที่ฉายเท่ากัน ระยะจากเครื่องถึงจอรับภาพจะสั้นลง สามารถถอดเครื่องโปรเจคเตอร์ตัวเก่าออก แล้วเอาเจ้า BenQ MX768 ขึ้นแทนที่ได้เลย ไม่ต้องทำการติดตั้งใหม่ให้เสียเงินในกระเป๋าเพิ่ม

อย่างงี้ก็ไม่ต้องกังวลเรื่องเนื้อที่ในการฉายมากนักแล้วสินะ….!!!

.

เปรียบเทียบระยะห่างจอรับภาพกับโปรเจคเตอร์ ระหว่างรุ่นเก่าที่ใช้อัตราการขยายภาพเดิมและ Big Zoom

ส่วนฟังค์ชั่นเดิมที่เคยมีมาแต่แรก ก็ยังคงมีไว้ให้ใช้อยู่ไม่ได้ดึงออกไปไหนนะจ๊ะ ไม่ว่าจะเป็น 2D Keystone การปรับแก้ภาพสี่เหลี่ยมคางหมูแนวตั้งและแนวนอน

ตัวอย่างการใช้งาน 2D Keystone

และนั้นคือจุดเด่นของเครื่องบางส่วนเท่านั้น

ยังมีอีกหลายอย่างที่เป็นแรงดึงดูดให้คุณๆ ทั้งหลายไม่อาจปฏิเสธเครื่องรุ่นนี้ได้เลย ทั้งระบบ LAN Display ที่คุณไม่ต้องใช้สายสัญญาณภาพยาวๆ ราคาแพงๆ เพื่อให้ส่งภาพออกโปรเจคเตอร์

การใช้งาน LAN Display

แต่ใช้แค่สาย LAN แทนสายสัญญาณภาพในราคาที่ประหยัดกว่า คุ้มมั้ยล่ะ… นอกจากส่งสัญญาณภาพ ยังสามารถใช้คุณสมบัติLAN Control เพื่อสั่งงานเครื่อง ผ่านทางคอมพิวเตอร์ส่วนควบคุมกลาง โดยที่ไม่ต้องใช้รีโมทในระยะไกลๆ มันเยี่ยมจริงๆ ว่าไหมครับ

LAN Control

และรุ่นนี้ยังมาพร้อมกับฟังค์ชั่น Wireless Display ที่สามารถนำเสนองานแบบไร้สาย ผ่านการเชื่อมต่อกับตัวอุปกรณ์ไอทีหลากหลาย ส่งผ่านความสนุก ความบันเทิงอย่างไร้ขีดจำกัดแบบสุดๆ รองรับระบบปฏิบัติการทั้ง Windows, Mac, iOS, Android

ฟังค์ชั่น Wireless Display

ระบบ 3D ที่ให้ภาพสมจริงยิ่งขึ้นเหมือนดึงคุณเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในภาพยนตร์เลยทีเดียวเชียว

ผมบอกได้เลยว่าใครที่มองหาเครื่องโปรเจคเตอร์ที่มีความสว่างสูงถึง 4000 Ansi Lumen แบบสุดคุ้มอย่างนี้ ต้องไม่พลาดเลยกับ Projector BenQ MX768 และเครื่องในตระกลู M Serieทุกรุ่น แล้วคุณจะหลงรัก เพราะว่า ทั้งราคาและคุณภาพไม่ใช้ ไม่ได้แล้ว……!!!! กับโปรเจคเตอร์ 4000 Ansi ที่ถูกและดี

สั่งซื้อโปรเจคเตอร์ BenQ MX768 ได้ที่ https://projectorpro.in.th/projector/benq/benq-mx768.html

และสามารถดูโปรเจคเตอร์รุ่นอื่นๆที่ https://projectorpro.in.th

Projector BENQ MW721

REVIEW Projector BENQ MW721 น้องใหม่ไฟเยอะ

การออกมาใหม่ของ โปรเจคเตอร์ รุ่นนี้ ทำให้มีลูกค้าหลายท่านที่ได้เห็นแล้วรู้สึกชอบกับ ดีไซด์และ ฟังชั่นของเครื่อง
หลังจาก BenQ แบรนด์ดังจากไต้หวันปล่อยตัว Projector ระดับ WXGA อย่าง MW712 มาแล้วและผลการตอบรับน่าพอใจมาเป็นระยะเวลาหนึ่ง

ณ ปัจจุบัน ทาง BenQ ได้เปิดตัวรุ่นใหม่ภายใต้ชื่อว่า MW721 เข้ามาแทนรุ่นพี่ที่ต้องลาตลาดไป ซึ่งความสว่างจากของเก่า 3200 ANSI lumens เปลี่ยนเป็น 3500 ANSI lumens ส่วนคอนทราส 10000:1 ปรับให้สูงขึ้นเป็น 13000:1 เพื่อการแสดงผลที่ดีเพิ่มขึ้น

รูปทรงแตกต่างอย่างชัดเจนพร้อมขยับความสว่างจาก 3200 ANSI lumens (MW712) เป็น 3500 ANSI lumens (MW721)
 

ช่องต่อ MW712
 

ช่องต่อ MW721

MW721 ปรับเปลี่ยนฟังชั่นเครื่องให้สูงขึ้นไปอีกขั้น และเปลี่ยนโฉมรูปลักษณ์เครื่องให้บางลงจากรุ่นพี่พอสมควร แต่ถึงแม้ตัวเครื่องจะเปลี่ยนไป พอร์ตการเชื่อมต่อที่สำคัญและเป็นจุดเด่นของตระกลูนี้ไม่ได้หายไปแม้แต่ พอร์ตเดียว (สังเกตุได้จากรูปด้านบน) แถมยังเพิ่มช่อง Mic มาให้อีก เพราะจากรุ่น MW712 ไม่ได้เติมช่อง Mic มาให้ ทั้งที่ตัวเครื่องพกลำโพงขนาด 10W มาด้วย

ระบบเสียงในตัวเครื่องที่มีความดัง 10W หมดปัญหาเรื่องการประชุมที่ไม่ค่อยได้ยินเสียงไปเลยนะครัช….อิอิ

อัตราส่วนการซูมภาพของเลนที่ดีขึ้นมาอีกจากเดิม MW712 วางไว้ที่ 1.2:1 ฉายภาพได้ 62 นิ้ว แต่ MW721 เปลี่ยนมาใช้ 1.3:1 แทน ทำให้ภาพได้จอใหญ่ขึ้นเป็น 68 นิ้ว โดยวางเครื่องห่างจากจอ 2m เท่ากัน

“โอ้ว..เยี่ยมเบย”

ส่วนระบบการทำงานในส่วนของ 3D มีความเสถียร มากขึ้นกว่าแต่ก่อน ภาพเวลาปรับเป็นโหมด 3D แล้วดูดีขึ้นครับ ดูดีกว่าเก่าเยอะนะครับจากการทดสอบจากแล็บ..อิอิ

ระบบ LAN Display ลดปัญหาการเดินสายสัญญาณยาวๆ แล้วเกิดปัญหาสัญญาณหายตามระยะทาง
 

ระบบ LAN Control ควบคุมการทำงานของตัวเครื่องผ่านระบบเน็ตเวิร์ค ช่วยบริหารจัดการโปรเจคเตอร์พร้อมกันหลายๆ เครื่อง

และช่อง LAN หรือ RJ45 ที่มีมาให้ยังคงระบบ LAN Control ที่สามารถควบคุมตัวเครื่องโปรเจคเตอร์ผ่านทางระบบเน็ตเวิร์ค พร้อมด้วยฟังค์ชั่นการปล่อยสัญญาณภาพจากคอมพิวเตอร์ผ่านทาง LAN Display เหมาะมากสำหรับห้องประชุมที่ต้องใช้เครื่องโปรเจคเตอร์ฉายหลายๆ จอ หรือห้องเรียนหลายๆ ห้อง ที่ใช้การควบคุมจากส่วนกลาง

สรุปคือ Projector BenQ MW721 เป็นโปรเจคเตอร์ที่เหมาะกับงานใช้ในห้องที่ค่อนข้างสว่างและยังสามารถใช้ เพื่อความบันเทิงแบบ Big Screen ในยามราตรีได้ดีอีกด้วย เหมาะแล้วกับลูกค้าทุกกลุ่มครับ ส่วนสนนราคานั้นลองเข้าไปดูตามลิ้งที่อยู่ด้านล่างนะครับ และติดตาม การรีวิวของผม “ O_oจอกว้าง ”ได้ใหม่ครับ ขอบคุณครับ

สามารถหาข้อมูลเรื่องโปรเจคเตอร์เพิ่มเติมได้ที่  https://projectorpro.in.th/